ช่วงนี้อากาศเย็นกำลังดี ชวนให้นึกถึงสมัยมัธยม
 
ตื่นมาอ่านหนังสือตอนเช้าเตรียมสอบกับเพื่อนๆ
 
เดินไปตึกนู้นตึกนี้ ฟิ้วววว... ลมหนาวพัดผ่าน ^ ^
 
 
 
มาวันนี้ตอนเช้า แทบไม่อยากตื่น
 
เพราะเมื่อวานนอนดึกมว๊าก แล้วต้องตื่นเช้าาา... สุดๆ
 
แต่สุดท้ายก็ตื่นมาวิ่งได้จนจบโดยไม่หลับระหว่างทาง 555+
 
 
 
วันนี้ไปวิ่งที่รพ.สมิติเวชงาน Run&Ride for Children's Chance
 
ลากน้องสาวฝาแฝด เจ้าของบล็อก leadervil ไปด้วย (งานแรกเลยนะเฮ่ย!)
 
 
 
ตอนแรกจขบ.จะเปลี่ยนไปวิ่งแค่ 3.7 km. ละ จากที่ลงไว้ 12 km.
 
เพราะงานวิ่ง Midnight Run ทำเอาขาระบมสุดๆ
 
เพิ่งดีขึ้นก็ตอนวันพฤหัสที่ผ่านมานี่หล่ะ มาเช้าวันนี้ก็เกือบหายพอดี :D
 
แต่ไหนๆก็ลงไว้ละ เอาซักตั้งละกัน!
 
 
 
ตรงเส้นสตาร์ท เราก็ไปยืนอยู่แถวหน้าๆหน่อย (ถึงจะวิ่งช้าเกือบเต่าคลาน 555+)
 
 
ถือว่าคนไม่เยอะมากนะ จากงานที่ผ่านๆมา 
 
(งานที่ผ่านๆมาแทบมายืนอยู่ข้างหน้าแทบไม่ได้ เบียดกันไปหมด)
 
พอนับสาม... สอง... หนึ่ง! ปรี๊๊ดดดดดด~
 
เริ่มออกวิ่งได้ทันทีโดยไม่ต้องเดิน
 
ห่างจากจุดปล่อยตัวไปไม่เท่าไหร่ ก็ได้พบกับสองท่านนี้
 
ท่านขุนกับนักดนตรีเล่นเพลงอย่างเมามันส์
 
 
(ถ่ายตอนขากลับ ตึง ตึง โป๊ะ ตึง ตึง :D)
 
 
 
มีคนวิ่งแซงไปเยอะมากกกกก แค่เราหาได้แคร์ไม่
 
ก็แค่วิ่งไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง (เหรออออ~)
 
จนกระทั่งไปเจอพี่ท่านหนึ่ง
 
คุ้นหน้ามากกก... เหมือนเคยเห็นที่สวนลุมตอนไปฝึกวิ่งกับครูดิน
 
แอบวิ่งตามอยู่เกือบ 10 นาทีได้มั้ง จนแน่ใจแล้วว่าไม่ผิดคน
 
(พี่เค้าจะรู้ตัวมั๊ยเนี่ยว่ามีคนวิ่งตามพี่เค้าอยู่หน่ะ)
 
สุดท้ายตัดสินใจเร่งความเร็วหน่อย วิ่งขนาบข้างพี่เค้า
 
 
"พี่คับ สวัสดีคับ"
 
 
เหมือนพี่เค้าจะตกใจนิดหน่อย หันมาทำหน้างงๆ คงสงสัยว่าน้องคนนี้ใครหว่า...?
 
 
"อ๋อ~ พี่เคยเจอน้องนี่นา"
 
 
แล้วก็แนะนำตัวกันนิดหน่อย 2-3 ประโยคตามประสาคนเพิ่งรู้จักกัน
 
 
"ขอวิ่งด้วยนะคับ ^ ^" จขบ.บอกพี่เค้า
 
 
เพราะรู้ว่าถ้าวิ่งไปเรื่อยๆแบบนี้น่าจะยังไหวอยู่ แต่ก็เร็วกว่านี้ไม่ได้ละ
 
เลยได้พี่เค้ามาเป็นเพื่อนวิ่งตลอด 6.5 km. แรก ก่อนที่พี่เค้าจะแวะเข้าห้องน้ำและ fade ตัวออกไป
 
 
(พี่ตุ้ย เพื่อนวิ่งครึ่งแรก ^ ^) 
 
 
 
วิ่งกับพี่เค้านี่แทบไม่ได้พักเลย จะพักก็แต่ตรงจุดให้น้ำเท่านั้น (ทุกๆ 2 km.)
 
จนแอบตกใจกับพลังของการมีเพื่อนวิ่ง ว่าทำให้เราวิ่งได้ไกลและนานขนาดนี้
 
เพราะถ้าเทียบกับงาน Midnight Run ถึงแม้ว่างานนั้นทำเวลาได้ดีกว่า
 
แต่ว่าหยุดพักบ่อยมาก แถมวิ่งๆไปหายใจไม่ทันอีก
 
(วิ่งวันนี้วิ่งได้เรื่อยๆ ถึงความเร็วหลังๆแทบจะเท่ากับเต่าคลานก็เหอะ 555+)
 
 
 
พอพี่เค้าหายไป เราก็ตั้งใจว่าจะวิ่งต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และจะหยุดพักแค่ตรงจุดรับน้ำเท่านั้น
 
แต่นั่นก็ทำได้แค่ถึง 8 km. เท่านั้น
 
หลังจากนั้นนะเหรอ... ก็เดินเป็นช่วงๆ (กับหลินฮุ่ย เอ๊ย!)
 
พยายามไม่เดินละนะ แต่น่องขามันล้ามากกกก
 
ต้องยอมบ้าง อะไรบ้าง ยึดคติที่ว่า "วิ่งจบโดยไม่เจ็บ"
 
 
 
มาถึงโค้งสุดท้าย เข้าศรีนครินทร์ 26 ตัดสินใจเดินแปปนึง
 
แล้วก็ได้เจอกันรุ่นพี่นักวิ่งสูงวัย ที่กำลังยืนถ่ายรูปนักวิ่งที่วิ่งผ่านพี่เค้าไป
 
เราก็วิ่งผ่านพี่เค้า เค้าก็ถ่ายรูปเราเหมือนกันแฮะ :D
 
วิ่งต่อไปอีกซักแปป ก็หยุดเดิน ละพี่เค้าก็วิ่งแซงเรา!
 
เราก็เลยทัก "สู้ๆนะคับพี่"
 
สิ้นคำขาน พี่เค้าก็ดันหยุดเดินซะงั้น!
 
 
"ไหนๆก็ทักแล้วก็หยุดเดินเลยละกัน" (อ้าว!?!)
 
 
คุยกันได้อีก 2-3 ประโยค หางตาก็เหลือบไปเห็นตากล้องอยู่ข้างหน้า!
 
ไม่ได้ๆ เราต้องแอคท่าซะหน่อย 555+
 
พี่เค้าก็บอกว่ารอให้คนข้างหน้าไปก่อน จะได้ไม่โดนบัง
 
เราก็รอให้คนข้างหน้าวิ่งไปเสร็จ เราก็วิ่งตามไป จังหวะกำลังดี ^^
 
และก็สิ้นสุดบทสนทนากับพี่ตากล้องปริศนา
 
 
 
สำหรับงานวิ่งครั้งนี้
 
> งานนี้ไม่มีเหรียญ แต่ได้ Flash Drive รูปหมอหมีมาแทน ^ ^
 
> คนแอบน้อย แต่ก็ดีละ ได้วิ่งเต็มที่
 
> จุดให้น้ำมีเพียงพอ มีพี่ๆยื่นแก้วน้ำมาให้ถึงที่
(ตรงจุด 10 km. มีพี่บอกด้วยว่าเก่งจัง สู้ๆ ^ ^)
 
> การกั้นรถยังทำได้ไม่ดี มีตำรวจกั้นแค่บางช่วง เลยเกือบโดนรถเฉี่ยวไปหลายรอบ
 
> ป้ายบอกระยะคลาดเคลื่อนไป ~1 km. แต่ก็ยังพออภัยได้แหละ
 
 
 
แต่ที่ฟินสุดๆก็คือ ได้ใส่หัวหมีด้วย > < (ความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก)
 
ทำให้รู้ว่าแอบร้อน ถึงแม้จะมีพัดลมด้านในก็เถอะนะ :D
 

Comment

Comment:

Tweet